RSS
 

โรคเก๊า เกิดจากอะไร

15 Dec

โรคเก๊า เกิดจากร่างกายมียูริคสูงอยู่ในเลือดเป็นเวลานาน และด้วยคุณสมบัติของยูริคเอง ที่มีการละลายได้จำกัด
(ประมาณ 7 มก./ดล.) ทำให้ยูริคส่วนเกินนี้ เกิดการตกตะกอนในร่างกาย

ทำให้เกิดอาการคือ ในข้อต่าง ๆ และในไต และเมื่อเป็นเรื้อรัง จะแสดงอาการให้เห็นการตกตะกอนตามเนื้อเยื่อต่าง ๆ เห็นเป็นปุ่มก้อนตามแขนขาได้
ซึ่งกรดยูริค (Uric acid) เป็นผลผลิตจากการสลายสารพิวรีน (purine) ซึ่งเป็นสารสำคัญในการสร้างสาย DNA ในเซลล์ต่าง ๆ
ดังนั้นการสลายเซลล์ของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่มี DNA จะได้กรดยูริค เสมอ

ซึ่งการตกตะกอนและเกิดข้ออักเสบนั้น ต้องใช้ระยะเวลาในการตกตะกอน  ที่กรดยูริคสะสมในเลือดสูงเป็นเวลานานหลายสิบปี
ถึงจะแสดงอาการของโรคได้

อาการข้ออักเสบจากเก๊าท์ วินิจฉัยได้ง่าย เพราะผู้ป่วยจะมีอาการ  ”ปวด บวม แดง ร้อน”  ที่ข้อชัดเจน
เป็นเร็ว และมักเป็นข้อเดียว ข้อที่เป็นบ่อยได้แก่ ข้อนิ้วหัวแม่เท้า, ข้อเท้า, ข้อเข่า แต่ถ้าผู้ป่วยปวดข้อ
แต่สงสัยว่ามีปวด บวม แดง ร้อนหรือไม่ หรือตรวจไม่พบ  อาการไม่ชัดเจน ให้สงสัยว่าไม่ใช่เก๊าท์
ในรายที่เป็นเรื้อรังอาจมีอาการปวดหลายข้อและพบว่ามีปุ่มก้อนที่รอบ ๆ ข้อ เช่น ข้อเท้า, ส้นเท้า, ข้อมือ, นิ้วมือ ได้

ถ้าก้อนเหล่านี้แตกออกจะพบตะกอนยูริคคล้ายผงชอล์กไหลออกมา

การเจาะเลือดตรวจระดับกรดยูริคในเลือด ในช่วงที่มีข้ออักเสบอาจพบว่า สูง ต่ำ หรือเป็นปกติได้
ดังนั้นผู้ที่มีข้ออักเสบเก๊าท์ ไม่จำเป็นต้องเจาะเลือดในขณะนั้นและไม่ช่วยในการวินิจฉัย ดังนั้น..

  • ถ้าอาการปวด บวม แดง ร้อน ที่ข้อไม่ชัดเจน ถ้าเป็นที่ข้อบริเวณเท้า แล้วผู้ป่วยเดินได้สบาย
    แม้ว่าเจาะเลือดแล้วยูริคสูง ก็ให้สงสัยว่าไม่ใช่ เก๊าท์
  • ถ้ามีอาการปวด บวม แดง ร้อนที่ข้อชัดเจน เป็นในตำแหน่งข้อเท้า ข้อนิ้วหัวแม่เท้า เป็นเร็ว แม้ว่าจะเจาะยูริคแล้วไม่สูง ก็น่าจะเป็นเก๊าท์

และอาการของโรคเก๊าท์นั้น อาจจะเป็นโรคเก๊าเทียมก็ได้

จุดสังเกตุที่แตกต่างคือ

โรคเก๊าท์เทียมเกิดจากการคั่งและสะสมของผลึกเกลือชนิดหนึ่ง
เรียกว่า แคลเซียมไพโรฟอสเฟตไดไฮเดรต ในผู้ป่วย
การคั่งและสะสมของผลึกเกลือในข้อทำให้เกิดการอักเสบ
แบบเฉียบพลันและเป็นพัก ๆ อาการคล้ายโรคเก๊าท์แต่
การอักเสบเป็นคนละชนิดกับโรคเก๊าท์
อาการอักเสบที่รุนแรงของโรคเก๊าท์มักเกิดที่ข้อเข่า
ทำให้เจ็บปวดจนอาจถึงขั้นเดินไม่ได้หลายวันหรือหลายสัปดาห์
การอักเสบแต่ละครั้งจะทำให้เกิดการทำลายกระดูกอ่อนภายในข้อ
แม้ว่าเราไม่สามารถแยกโรคเก๊าท์ จากเก๊าท์เทียมทางด้านคลินิก
แต่ก็มีข้อ สังเกต คือ ข้ออักเสบ ที่เป็นโรคเก๊าท์ มักจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในเวลาเป็นชั่วโมง
ส่วนคนไข้ที่เป็นโรคเก๊าท์เทียม การเกิดข้ออักเสบจะเริ่มขึ้นอย่างช้า ๆ และอาจใช้เวลาหลาย วัน ก่อนที่คนไข้จะมีอาการเต็มที่

สำหรับรายที่มีการอักเสบเกิดขึ้นกับข้อเดิมทุกครั้ง การวินิจฉัยโรคไม่น่ามีปัญหาใด ๆ เพราะ นั่น
คืออาการของข้ออักเสบที่เกิดจาก “คริสตอล” แต่ก็ควรระวังเรื่องการอักเสบจากเชื้อ แบคทีเรีย เอาไว้ด้วยทุกครั้ง

ทั้งสามโรค เก๊าท์ เก๊าท์เทียม และข้ออักเสบจากการติดเชื้อ สามารถมาด้วยอาการไข้, หนาว สั่น และปวดเมื่อยตามตัว (malaise) ได้

จากประวัติจากคนไข้ สามารถแยกโรคข้ออักเสบจากการติดเชื้อได้ เช่น คนไข้มีการเผชิญ กับการติดเชื้อ gonorrhea
(เช่น มีเพศสัมพันธุ์กับผู้หญิงโสเภณี) หรือ มีประวัติว่ามีของ แหลมทิ่มตำบริเวณข้ออักเสบ หรือมีอาการแสดงของการอักเสบทั่วไป (systemic signs of disseminated infection)

คนที่เป็นโรคเก๊าท์ มักจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับ มีระดับไขมันในกระแสเลือดสูง (hyperlipidemia), โรคความดันโลหิตสูง, ระดับ triglyceride ในกระแสเลือดสูง,
เป็น โรคไตวาย, โรคอ้วน และเป็นพวกที่ไม่ตอบสนองต่อสาร insulin
และ ปัจจัยทางสังคม เช่น ดื่มแอลกอฮอล์ มีโอกาสเพิ่มอันตรายให้เกิดโรคเก๊าท์ได้สูง

ประการสุดท้าย คนเป็นโรคเก๊าท์เทียม มักจะมีอาการของข้ออักเสบขึ้น เมื่อคนไข้รายนั้น ได รับการรักษาด้วยสาร etidronate disodium

โรคเก๊าท์

เก๊า

และภายหลังการทำการตรวจเส้นเลือดเอกซ์ เรย์ (vascular angiography)

ทั้งคนไข้ที่เป็นโรคเก๊าท์ และโรคเก๊าท์เทียม ส่วนใหญ่จะเป็นข้อเดียว

 

Leave a Reply